Doctor's Search

Right Sidebar

พฤศจิกายน 10, 2023

เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2566 คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ จากโรงพยาบาลลาดพร้าว นำทีมโดย นพ.เรืองฤทธิ์ หรรษกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาล และ นพ.ณัฐวุฒิ ตันฑเทอดธรรม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาล เข้าเยี่ยมชม โรงพยาบาลกรุงสยามเซนต์คาร์ลอส เพื่อศึกษาดูงาน
โดยมี พญ.อัญชุลี หยองอนุกูล ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลกรุงสยามเซนต์คาร์ลอส และคณะผู้บริหารให้การต้อนรับเป็นอย่างดี

Posted in News & Information TH by admin
ตุลาคม 1, 2023

ประกาศเรื่อง การทำลายแฟ้มเวชระเบียนผู้ป่วยประจำปี 2566

โรงพยาบาลกรุงสยามเซนต์คาร์ลอส จะดำเนินการทำลายแฟ้มเวชระเบียน ของผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกที่มารับบริการครั้งสุดท้ายก่อนวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2555 และขาดการติดต่อเกิน 10 ปี

สำหรับท่านที่มีความประสงค์ให้โรงพยาบาลฯ จัดเก็บแฟ้มเวชระเบียนไว้ต่อไป สามารถยื่นบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อแสดงความประสงค์ที่แผนกเวชระเบียน ชั้น 2 โทร. 02-975-6700 ต่อ 2200, 2244 ตั้งแต่วันนี้ – ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566
**หมายเหตุ แฟ้มเวชระเบียนถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลกรุณาติดต่อด้วยตนเองเท่านั้น
ทั้งนี้หากพ้นกำหนดเวลาในข้างต้น ทางโรงพยาบาลฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการทำลายแฟ้มเวชระเบียนตามระเบียบขั้นตอนต่อไป

กรกฎาคม 31, 2023

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า Stem Cell กันมาพอสมควรแล้ว แต่ปัจจุบันนี้ Stem Cell มีความก้าวหน้าไปเป็นอย่างมาก วันนี้เรามาทำความรู้จักและเข้าใจเกี่ยวกับความก้าวหน้าในการนำ Stem Cell มาใช้ในการดูแลร่างกายของเรากัน

การเก็บสเต็มเซลล์จากเลือด

การเก็บสเต็มเซลล์จากเลือด

การแบ่งตัวของเซลล์

การแบ่งตัวของเซลล์


ที่มา “ความก้าวหน้าในการนำ Stem Cell มาใช้ในการดูแลร่างกาย โดย นายแพทย์ สุชัย หยองอนุกูล”
ออกอากาศที่ รายการ Hotline สายสุขภาพ เนชั่น ช่อง 22
วันที่ 30 ก.ค. 66 เวลา 10.10-10.40 น.

Posted in Health Knowledge TH by admin
มิถุนายน 12, 2023

วันที่ 17 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันความดันโลหิตสูงโลก (World Hypertension Day) โดยปี 2566 นี้ สมาพันธ์ความดันโลหิตสูงโลก (World Hypertension League) ได้กำหนดประเด็นการรณรงค์ คือ “Measure Your Blood Pressure Accurately, Control It, Live Longer. ความดันสูงเกินไป คุมให้ดี ยืดชีวิตให้ยืนยาว”
ประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมากถึง 14 ล้านคน และมากกว่า 7 ล้านคนที่ป่วยแต่ยังไม่เข้ารับการรักษา โรคความดันโลหิตสูงส่วนมากมักไม่แสดงอาการ หากผู้ป่วยมีภาวะความดันโลหิตสูงเป็นระยะเวลานานและไม่ได้รับการรักษา ความรุนแรงของโรคจะเพิ่มมากขึ้น และอาจมีอาการต่างๆ ได้แก่ เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ หน้ามืด ใจสั่น ตาพร่ามัว เป็นลมหมดสติ และเกิดโรคแทรกซ้อนตามมา ได้แก่ โรคไตเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต
โรคความดันโลหิตสูง ส่วนมากไม่แสดงอาการ หากมีความดันสูงมากๆ อาจจะมีอาการเหล่านี้ได้
1.เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ
2.หน้ามืด
3.เป็นลม หมดสติ
4.ใจสั่น
5.ตาพร่ามัว

วิธีป้องกันโรคความดันโลหิตสูง
1. งดรับประทานอาหารที่มีรสชาติเค็ม
2. งดสูบบุหรี่และดื่มเครื่อมดื่มที่มีแอลกาฮอล์
3. มีกิจกรรมทางกายและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
4. ลดความอ้วน ควบคุมน้ำหนัก
5. วัดความดันโลหิต อย่างสม่ำเสมอ

ที่มา https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/182186 และกรมควบคุมโรค

เมษายน 20, 2023

หน้าร้อนนี้….ระวังป่วย โรคฮีทสโตรก

ฮีทสโตรก (Heat stroke) คือ ภาวะที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัวหรือควบคุมระดับความร้อนในร่างกายจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด
อาการสำคัญ

  • ตัวร้อน (เนื่องจากอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นจนเกิน 40 องศาเซลเซียส)
  • หน้ามืด
  • เพ้อ
  • กระสับกระส่าย
  • มึนงง
  • หายใจเร็ว
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • ชักเกร็ง
  • ช็อก

6 กลุ่มเสี่ยงสำคัญ

  • ผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดด
  • เด็กเล็กและผู้สูงอายุ เนื่องจากร่างกายระบายความร้อนได้ไม่ดีเท่าคนหนุ่มสาว
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง
  • ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก
  • ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะทำให้เส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังขยายตัวมากขึ้นทำให้ร่างกายเสียน้ำและเกลือแร่สูงจึงอาจเกิดอาการช็อกและเสียชีวิต

คำแนะนำ

  • สวมใส่เสื้อผ้าสีอ่อน ระบายความร้อนได้ดี
  • ควรอยู่ในที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก
  • ลดหรือเลี่ยงทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงกลางแจ้งนานๆ
  • สวมแว่นกันแดด กางร่ม สวมหมวกปีกกว้าง
  • ควรดื่มน้ำ 2-3 ลิตรต่อวัน เพื่อชดเชยการเสียน้ำในร่างกายจากเหงื่อออก
  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
  • ผู้ที่ออกกำลังกาย ควรเลือกในช่วงเช้า/ช่วงเย็น เนื่องจากเป็นช่วงที่อากาศไม่ร้อนมากและเป็นเวลาที่เหมาะสม

ข้อมูลจาก กรมควบคุมโรค

Posted in Health Knowledge TH by admin
เมษายน 8, 2023

PM 2.5 คืออะไร? เกิดจากอะไร?
PM2.5 คือ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดย PM ย่อมาจากคำว่า Particulate Matters หรือฝุ่นละออง ส่วนตัวเลข 2.5 คือขนาดของฝุ่นละออง ซึ่งมีขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หากถามว่า 2.5 ไมครอนนี้เล็กขนาดไหน ก็คงเทียบได้ 1 ใน 25 ส่วนของเส้นผ่านศูนย์กลางเส้นผม เรียกได้ว่าเล็กจนขนาดขนจมูกของคนเรา ซึ่งทำหน้าที่กรองฝุ่นนั้น ไม่สามารถดักจับฝุ่นเหล่านี้ได้เลย

ด้วยขนาดที่เล็กมากของฝุ่น PM2.5 ซึ่งลอยอยู่ในอากาศร่วมกับไอน้ำ ควัน ก๊าซต่าง ๆ จึงทำให้แพร่กระจายเข้าสู่ทางเดินหายใจ กระแสเลือด และอวัยอื่น ๆ ในร่างกายได้ง่าย อีกทั้งยังเป็นพาหะนำสารอันตรายอื่น ๆ ที่เคลือบอยู่บนผิวของฝุ่นเข้ามาอีกด้วย เช่น สารปรอท สารโลหะหนัก สารก่อมะเร็ง ซึ่งสารเหล่านี้ส่งผลเสียกับร่างกายเป็นอย่างมาก

4 กลุ่มโรค ที่อาจเกี่ยวกับการได้รับฝุ่นละอองขนาดเล็ก
1.โรคระบบทางเดินหายใจ
2.โรคหัวใจและหลอดเลือด
3.โรคตาอักเสบ
4.โรคผิวหนัง

การป้องกันตนเองสำหรับประชาชน
1.ตรวจเช็คค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้าน (แอปพลิเคชั่น Air4Thai หรือเครื่องวัดพกพา)
2.สวมหน้ากากอนามัยสำหรับที่สามารถป้องกันฝุ่นได้
3.ลดระยะเสลาทำกิจกรรใ/ออกกำลังกายกลางแจ้ง (กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังตนเอง คือ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วย 4 กลุ่มโรค)
4.ปิดบ้านให้มิดชิด โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้ป่วยอาศัย (หรือจัดให้มีระบบฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพ)
5.ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ รับประทานผักและผลไม้

ข้อมูลจาก กลุ่มพัฒนาระบบข่าวกรอง และเฝ้าระวังโรคไม่ติดต่อ กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค

Posted in Health Knowledge TH by admin
กุมภาพันธ์ 6, 2023

มะเร็งปากมดลูก โดยส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดฮิวแมนแปปปิโลมาไวรัส (Human Papillomavirus) หรือหรืออีกชื่อหนึ่งว่า เชื้อเอชพีวี (HPV) ซึ่งติดต่อไปยังบุคคลอื่นๆ ได้จากการมีเพศสัมพันธ์ ในชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งอาจจะเคยได้รับเชื้อนี้ แต่ร่างกายสามารถกำจัดไปได้ และมีบางส่วนที่ไม่สามารถกำจัดเชื้อได้ รวมถึงมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อบริเวณปากมดลูกและทำให้เกิดโรคต่างๆ เช่น หูดหงอนไก่ มะเร็งปากมดลูก และอื่นๆ

ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ นอกจากเชื้อ HPV ได้แก่
1. ด้านอายุ ส่วนใหญ่มะเร็งปากมดลูกมักพบในผู้ที่อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป
2. มีคู่นอนหลายคน ทำให้มีโอกาสได้รับเชื้อ HPV มากขึ้น
3. สูบบุหรี่
4. มีบุตรจำนวนมาก
5. ร่างกายมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (โรคเอดส์)
6. การได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่นๆ อย่างเช่น โรคติดเชื้อคลามีเดีย (chlamydia) โรคหนองในแท้ (gonorrhea) โรคซิฟิลิส (syphilis) และโรคติดเชื้อเอชไอวี/โรคเอดส์ (HIV/AIDS)

การตรวจวินิฉัยโรคมะเร็งปากมดลูก
ถ้าแพทย์ตรวจแป๊ปสเมียร์พบมีผลเซลล์วิทยาผิดปกติ แพทย์อาจนัดตรวจส่องกล้องขยายดูบริเวณปากมดลูก เพื่อหาความผิดปกติและตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ แต่หากแพทย์ตรวจพบความผิดปกติของบริเวณปากมดลูกด้วยตาเปล่า แพทย์จะทำการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจเลย ซึ่งทำให้ทราบว่ามีความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูกอยู่ในระยะก่อนเป็นมะเร็ง หรืออยู่ในระยะเป็นมะเร็งแล้ว ในกรณีที่เป็นรอยโรคระยะก่อนเป็นมะเร็ง แพทย์จะทำการรักษาด้วยวิธีการรักษาต่างๆ ได้แก่ การตรวจติดตาม, การจี้ความ เย็น, การตัดชิ้นเนื้อปากมดลูกด้วยห่วงไฟฟ้า เป็นต้น หากรอยโรคเป็นระยะมะเร็งปากมดลูกแล้ว แพทย์จะต้องทำการตรวจเพิ่มเติมเพื่อตรวจว่าผู้ป่วยอยู่ในระยะใดของมะเร็ง ซึ่งมะเร็งปากมดลูกมี 4 ระยะ

• ระยะที่ 1 เป็นระยะต้น
• ระยะที่ 2-3 เป็นระยะกลาง
• ระยะที่ 4 เป็นระยะสุดท้าย อาจมีการแพร่กระจายของโรคไปยังอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย เช่น ตับ, ปอด, กระดูก เป็นต้น

 

การป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก
1. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การมีคู่นอนหลายคน หรือการเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ
2. รับวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกหรือวัคซีน HPV
3. เข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำ

การรักษาโรคมะเร็งปากมดลูก
ผู้ป่วยที่ตรวจพบโรคมะเร็งปากลูกก็มีทางเลือกในการรักษามะเร็งปากมดลูกที่หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด (Surgery) การใช้รังสีรักษา (Radiation) การใช้ยาเคมีบำบัด (Chemotherapy) หรือการรักษาร่วมกัน
นอกจากนี้ยังมีวิธีการรักษาด้วยการใช้ยารักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted-Drug Therapy) แพทย์มักจะใช้การรักษารูปแบบนี้ควบคู่ไปกับการรักษาด้วยเคมีบำบัด

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
การตรวจเซลล์ปากมดลูกด้วยวิธีทางเซลล์วิทยา หรือแป๊ปสเมียร์ (Pap smear) ซึ่งแพทย์จะทำการตรวจเช็คให้ในขณะที่ทำการตรวจภายใน ซึ่งหลังจากตรวจเสร็จแพทย์จะนัดฟังผลตรวจหรือแจ้งผลให้ทราบในภายหลัง หากมีความผิดปกติก็จะใช้การรักษาตามความผิดปกติของรอยโรค
การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยเซลล์วิทยา ร่วมกับการตรวจหาเชื้อ HPV ชนิดที่มีความเสี่ยงสูง การตรวจวิธีนี้มีข้อดีคือ แพทย์สามารถให้การดูแลรักษาเซลล์ปากมดลูกที่ผิดปกติได้ดีขึ้น และเป็นการต้องกันหรือวางแผนการรักษาตั้งแต่ตรวจพบเชื้อ HPV ก่อนที่จะก่อตัวเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกได้
ในปัจจุบันแนะนำให้ผู้หญิงไทยตรวจภายในพร้อมตรวจแป๊ปสเมียร์ในกลุ่มที่มีเพศสัมพันธ์แล้วประมาณ 3 ปี หรืออายุมากกว่า 30 ปี หรือมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ

ดังนั้น หากไม่เคยตรวจภายใน เพื่อค้นหารอยโรคระยะก่อนเป็นมะเร็ง (Precancercous lesion) ซึ่งในช่วงเวลานี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ แต่สามารถตรวจพบด้วยการตรวจทางเซลล์วิทยาที่เรียกว่าแป๊ปสเมียร์ (Pap smear) และสามารถรักษาได้ หากตรวจพบรอยโรคในระยะนี้ก็จะสามารถป้องกันการเกิดเป็นมะเร็งปากมดลูกได้

Posted in Health Knowledge TH by admin
มกราคม 6, 2023


วัคซีนเสริม วัคซีนทางเลือก
เป็นวัคซีนที่ไม่ได้บังคับให้ในเด็กทุกคน แต่อาจจะจำเป็นต้องให้ในเด็กที่มีความเสี่ยง คุณพ่อคุณแม่สามารถปรึกษาและขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากคุณหมอที่ดูแลได้

1. วัคซีนรวมคอตีบไอกรนบาดทะยักโปลิโอฮิบและตับอักเสบบี
เป็นทางเลือกของวัคซีนตัวหลักโดยมีข้อดีที่โอกาสเกิดไข้น้อยกว่า ที่ได้ยินบ่อยๆเวลาไปรับบริการคือ วัคซีนรวมหกโรค วัคซีนรวมห้าโรค วัคซีนรวมสี่โรค โดยจุดที่แตกต่างกันคือ มีหรือไม่มีตับอักเสบบี มีหรือไม่มีฮิบ มีหรือไม่มีโปลิโอ โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถสอบถามรายละเอียดได้จากแพทย์ที่ดูแล

2. วัคซีนไอพีดี
เป็นวัคซีนที่ป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอกคัสแบบรุนแรง ซึ่งทำให้เกิดปอดอักเสบรุนแรง ติดเชื้อในกระแสเลือด เยื่อหุ้มสมองอักเสบได้ โดยเชื้อตัวนี้เป็นเชื้อที่อยู่ในโพรงจมูกและคอ ถ้าติดเชื้อไม่รุนแรงก็ยังทำให้เกิดไซนัสอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบได้ด้วย
เป็นวัคซีนที่ให้ได้ตั้งแต่อายุ 2 เดือน ปกติจะฉีดจำนวนสี่เข็มที่อายุ 2 เดือน 4 เดือน 6 เดือน และ 12-15 เดือน และอาจฉีดกระตุ้นที่อายุหลังสองปี จำนวนเข็มอาจจะลดลงถ้าเริ่มฉีดในอายุเกิน 6 เดือนไป ที่ใช้ในเด็กจะแบ่ง เป็นแบบสิบสายพันธุ์ และแบบสิบสามสายพันธุ์ โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากคุณหมอที่ดูแลเป็นวัคซีนทางเลือกที่ควรฉีดในเด็กที่เป็นกลุ่มเสี่ยง คือ เด็กที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เด็กที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังเช่น โรคปอด โรคหัวใจ ตับ ไต หอบหืด เบาหวาน รวมถึงเด็กที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่เยื่อหุ้มสมอง

3. วัคซีนอีสุกอีใส
เป็นวัคซีนเชื้อเป็น สามารถฉีดแยกเป็นเข็ม หรือ ฉีดรวมอยู่ในวัคซีนหัดหัดเยอรมันคางทูมอีสุกอีใส ฉีดที่อายุ 1 ปีขึ้นไป เป็นจำนวนสองเข็ม เข็มที่สองห่างจากเข็มแรกอย่างน้อยสามเดือนขึ้นไป
โดยทั่วไปเด็กอายุน้อยที่ติดเชื้ออีสุกอีใสมักมีอาการไม่รุนแรง และจะมีภูมิหลังการติดเชื้อ แต่เมื่ออายุเยอะหรือภูมิเริ่มตก เชื้อที่แฝงตัวอยู่ก็จะทำให้เกิดโรคงูสวัดได้

การฉีดวัคซีนจะป้องกันการติดเชื้อและการเกิดงูสวัดได้ ในเด็กที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนและไม่ได้ติดเชื้อตอนเด็ก เมื่ออายุเยอะและติดเชื้อขึ้นมาก็จะมีอาการรุนแรงได้มาก อาจเกิดปอดอักเสบ สมองอักเสบ และ แผลตุ่มที่เกิดจากโรคจะมีมากและมีโอกาสติดเชื้อแทรกซ้อนได้
เนื่องจากเป็นวัคซีนเชื้อเป็น ในเด็กที่มีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกัน ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

4. วัคซีนตับอักเสบเอ
ตับอักเสบเอ ติดต่อได้ง่ายทางการกินของที่ปนเปื้อนเชื้อ ในเด็กเล็กต่ำกว่าหกปี มักแทบไม่มีอาการเมื่อติดเชื้อ และจะมีภูมิไปตลอดชีวิต แต่ในเด็กโตวัยรุ่นผู้ใหญ่การติดเชื้ออาจจะทำให้เกิดอาการตับอักเสบเฉียบพลันได้ คล้ายๆกับอีสุกอีใสที่อาการจะรุนแรงในเด็กโตและผู้ใหญ่ปัจจุบันมีสองแบบ คือแบบเชื้อเป็น ฉีดจำนวนหนึ่งเข็มที่อายุ 18 เดือนขึ้นไป และแบบเชื้อตาย ฉีดสองเข็ม ที่อายุ 1 ปีขึ้นไปและเข็มสองห่างจากเข็มแรก 6-12 เดือน

5. วัคซีนไข้หวัดใหญ่
สามารถเริ่มฉีดได้ที่อายุ 6 เดือนขึ้นไป ในเด็กที่อายุน้อยกว่า 9 ปี จะต้องได้รับสองเข็มห่างกัน 1 เดือน ในปีแรก และหลังจากนั้นก็ฉีดปีละ 1 เข็ม โดยปกติแนะนำให้ฉีดกระตุ้นทุกปีเนื่องจากมีอาการอัพเดทเชื้อ และ ภูมิคุ้มกันตกลงตามเวลา

6. วัคซีนไข้เลือดออก
ปัจจุบันคำแนะนำคือเริ่มได้ตั้งแต่อายุ 6 ปีขึ้นไป (เดิมเริ่มที่อายุ 9 ปีขึ้นไป) และแนะนำให้ฉีดในเด็กที่มีประวัติเคยติดเชื้อไข้เลือดออกมาก่อน โดยฉีดสามเข็ม เข็มที่สองและสามห่างกันครั้งละหกเดือน

7. วัคซีนพิษสุนัขบ้า
สามารถฉีดก่อนโดนกัดหรือสัมผัสสัตว์ที่มีความเสี่ยงได้ โดยฉีดเป็นจำนวนสองเข็ม เข็มสองห่างจากเข็มแรกอย่างน้อย 7 วัน ข้อดีของการฉีดวัคซีนก่อนการสัมผัสเชื้อ คือ เมื่อมีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อ เช่น โดนสุนัขกัด จะทำให้ไม่ต้องฉีดอิมมูโนกลอบูลินรอบแผลซึ่งมักจะเจ็บและอาจจะมีค่าใช้จ่ายสูงได้ และเมื่อเคยฉีดวัคซีนกันก่อนการติดเชื้อแล้วเมื่อสัมผัสเชื้อ ก็จะต้องฉีดกระตุ้นต่อเป็นจำนวน 1-2 เข็มเท่านั้น

สรุป
วัคซีนเป็นสิ่งสำคัญที่เด็กๆทุกคนควรได้รับ เพื่อป้องกัน และ ลดความรุนแรงของโรคต่างๆตามวัคซีนของโรคนั้นๆ และเนื่องจากวัคซีนมีหลายตัวและมีความซับซ้อนในระดับหนึ่ง แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอเจ้าของไข้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อวางแผนการฉีด เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดของบุตรหลานนะครับ

Posted in Health Knowledge TH by admin
ธันวาคม 12, 2022

วัคซีนในเด็ก
วัคซีนเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในช่วงวัยเด็กที่คุณพ่อแม่ต้องพาบุตรหลานมารับการฉีดเป็นประจำ แต่เนื่องจากวัคซีนมีหลายชนิดหลายแบบและมีรายละเอียดต่างๆ


ชนิดของวัคซีน
ถ้าให้แบ่งกลุ่มแบบเข้าใจง่ายๆ เราจะแยกเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มวัคซีนหลัก และ กลุ่มวัคซีนเสริม โดยวัคซีนหลัก ก็จะเป็นวัคซีนที่ภาครัฐกำหนดให้เด็กทุกคนต้องได้รับ โดยสามารถเข้ารับบริการได้ตามหน่วยการบริการสาธารณสุขต่างๆ และวัคซีนหลักบางตัวจะมีตัวเลือกให้เลือกเพิ่มได้ด้วย เช่น และวัคซีนเสริมคือวัคซีนที่นอกเหนือจากวัคซีนตัวหลัก เช่น ไข้หวัดใหญ่ ตับอักเสบเอ เป็นต้น


วัคซีนหลัก
วัคซีนมีหลายตัวและให้แตกต่างกันตามช่วงอายุ เป็นวัคซีนที่เด็กไทยทุกคนควรได้รับตามแผนของกระทรวงสาธารณสุข

1. วัคซีนตับอักเสบบี
เป็นวัคซีนที่ให้เพื่อป้องกันการติดเชื้อตับอักเสบบี ที่สามารถติดต่อได้ทางเลือด เพศสัมพันธ์ และจากแม่สู่ลูก เด็กจะได้รับเข็มเมื่อแรกเกิด เข็มที่สองที่อายุ 1-2 เดือน และเข็มที่สามที่อายุ 6 เดือน เป็นจำนวนอย่างน้อย 3 เข็ม เข็มที่สองและสามมักจะรวมอยู่ในวัคซีนรวม คอตีบไอกรนบาดทะยักโปลิโอและฮิบ

2. วัคซีนคอตีบไอกรนบาดทะยักโปลิโอและฮิบ
เป็นวัคซีนรวมตัวหลักที่สำคัญตัวหนึ่ง โดยแต่ละช่วงอายุอาจจะมีรายละเอียดต่างกัน เช่น มีหรือไม่มีโปลิโอ โปลิโอเป็นหยอดหรือเป็นแบบฉีดที่รวมกับวัคซีนตัวอื่น มีตับอักเสบบีหรือไม่มีเป็นต้น โดยทั่วไป มักจะฉีดที่อายุ 2 เดือน 4 เดือน 6 เดือน หนึ่งขวบครึ่ง และ สี่ถึงหกปี

วัคซีนกลุ่มนี้จะแบ่งเป็นแบบมีเซล และไม่มีเซล ซึ่งแบบไม่มีเซลเป็นวัคซีนทางเลือกที่สามารถเลือกรับบริการแทนได้แต่อาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม โดยทั่วไปวัคซีนแบบไม่มีเซลจะมีโอกาสเกิดไข้ต่ำกว่าวัคซีนแบบมีเซลมาก เวลาไปรับบริการที่รพ.คุณพ่อแม่อาจจะได้เคยได้ยินว่าวัคซีนรวมห้าโรค หกโรค นั่นก็คือวัคซีนกลุ่มนี้นั่นเอง


3. วัคซีนโรต้า
เป็นวัคซีนที่ให้โดยการหยอดกิน เพื่อป้องกันและลดความรุนแรงของการติดเชื้อไวรัสโรต้าที่ทำให้เกิดท้องร่วงรุนแรงในเด็กได้ โดยจะให้ทั้งหมด 2-3 ครั้งและแต่ชนิดของวัคซีน โดยเริ่มให้ที่อายุ 2 เดือน จุดหนึ่งที่ต้องย้ำคือ การได้รับวัคซีนโรต้า ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีโอกาสติดเชื้อ และมีโอกาสติดเชื้อซ้ำได้ แต่เด็กที่ได้รับวัคซีนมักจะมีอาการรุนแรงน้อยกว่าเด็กที่ไม่ได้


4. วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี
เป็นวัคซีนเพื่อป้องกันการติดเชื้อไข้สมองอักเสบเจอี โดยถ้าเป็นวัคซีนเชื้อตายจะต้องได้รับสามเข็ม วัคซีนเชื้อเป็นสองเข็ม ปัจจุบันใช้แบบเชื้อเป็นเป็นหลัก


5. วัคซีนหัด หัดเยอรมัน คางทูม
จำนวนสองเข็ม เริ่มที่อายุ 9-12 เดือน และเข็มสองที่อายุ 18 เดือนขึ้นไป โดยวัคซีนกลุ่มนี้จะมีวัคซีนทางเลือกที่เป็นวัคซีนรวมอีสุกอีใสไปด้วย คือ หัดหัดเยอรมันคางทูมอีสุกอีใส โดยจำนวนเข็มที่ได้ก็ยังเป็นสองเข็มเช่นเดิม โดยไม่ต้องฉีดวัคซีนอีสุกอีใสแยกอีก


6. วัคซีนเอชพีวี
ป้องกันการติดเชื้อเอชพีวีซึ่งเป็นไวรัสที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิง เริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปี
ในประเทศไทยตามแผนของกระทรวงสาธารณสุขจะเริ่มฉีดในเด็กหญิงชั้นประถมปีที่ 5 โดยทั่วไปจะได้รับสองเข็ม โดยเข็มสองห่างจากเข็มแรก 6-12 เดือน



วัคซีนเป็นสิ่งสำคัญที่เด็กๆทุกคนควรได้รับ เพื่อป้องกัน และ ลดความรุนแรงของโรคต่างๆตามวัคซีนของโรคนั้นๆ
และเนื่องจากวัคซีนมีหลายตัวและมีความซับซ้อนในระดับหนึ่ง แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอเจ้าของไข้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อวางแผนการฉีด เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดของบุตรหลานนะครับ

ตุลาคม 30, 2022

บรรยากาศ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2565 #โรงพยาบาลกรุงสยามเซนต์คาร์ลอส ร่วมกับ “ชมรมใต้ฟ้าเดียวกัน จิตอาสาหัวใจเดียวกัน” แจกจ่ายถุงยังชีพให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม

พญ.อัญชุลี หยองอนุกูล ผอ.รพ.กรุงสยามเซนต์คาร์ลอส มอบหมายให้ นพ.สุชาติ ชื่อลือชา ผอ.การแพทย์ และ คุณธนภัทร วัฒนธรรม ผจก.ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ พร้อมทีมงานเป็นตัวแทนมอบถุงยังชีพ จำนวน 800 ชุด ร่วมกับ “ชมรมใต้ฟ้าเดียวกัน จิตอาสาหัวใจเดียวกัน” ซึ่งประกอบด้วย อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู จ.ปทุมธานี (ศูนย์วิทยุร่วมปทุมฯ) อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จ.ปทุมธานี (ศูนย์วิทยุวัฒนะปทุมฯ) และ กู้ชีพบัวเพชร จ.นนทบุรี
นำกำลังอาสาสมัคร ทั้งสามหน่วยงาน ร่วมกันนำเรือท้องแบนล่องไปตามพื้นที่บริเวณริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งในเขต อ.สามโคก และ อ.เมืองปทุมธานี เพื่อแจกจ่ายถุงยังชีพให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมในครั้งนี้

ขอส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมทุกคนปลอดภัย และขอร่วมเป็นอีกหนึ่งพลังในการให้ความช่วยเหลือประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและพร้อมฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปได้จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

29-10-65

Posted in News & Information TH by admin